:KM

<< ย้อนกลับ

» การอบรมออนไลน์ ของ สกว. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย


21/11/2018 21:03:01 || 27 ||
||

อบรมออนไลน์ ของ สกว.

การสัมมนาวิชาการ การวิจัย โครงการฝ่ายวิชาการ สกว. สัญจร

 

"โครงการฝ่ายวิชาการ สกว. สัญจร" ครั้งที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงแรมโฆษะ โฮเทล จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมี รศ. ดร.อภิศักดิ์ ธีระวิสิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นประธานเปิดงานพร้อมให้นโยบายแก่นักวิจัย ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สกว. และ สกอ. เพื่อประชาสัมพันธ์ทุนวิจัยและรับฟังคำแนะนำในการขอรับทุนในรูปแบบต่าง ๆ จาก สกว.

https://www.trf.or.th/education-youth-news/12064-2nd-academic-division-conference-on-tour-northeast-region

กิจกรรมในวันแรก ประกอบด้วย
- การบรรยาย "เส้นทางความก้าวหน้าของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย" โดย คุณสุทิศา จั่นมุกดา ผอ.กลุ่มมาตรฐานการบริหารงานบุคคล สกอ.
- การเสวนา "นักวิจัยพี่เลี้ยง: เข็มทิศนำทางชีวิตนักวิจัย" โดย ศ.ดร.โสพิศ วงศ์คำ, ศ.ดร.บรรจบ ศรีภา และ รศ.ดร.รัศมี ชูทรงเดช เมธีวิจัยอาวุุโส สกว.
- การบรรยาย "เทคนิคการนำเสนอโครงการวิจัยและผลงานวิจัยภาษาอังกฤษให้ได้รับการตอบรับในเชิงบวก" โดย ศ.ดร.อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์
- การเสวนา "ทำอย่างไรงานวิจัย 'ไม่' ขึ้นหิ้ง: การพัฒนานวัตกรรมและการนำไปใช้เชิงพาณิชย์" โดย ศ.ดร.ปริญญา จินดาประเสริฐ, ศ.ดร.สักกมน เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. สาขาวิศวกรรมศาสตร์

 

ผู้อำนวยการสำนักงาน สกว. ระบุว่าหลังการปฏิรูประบบวิจัยของประเทศ สกว.ต้องรับภาระหนักมากขึ้นจากการกำหนดความชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทหน่วยงานวิจัย ในฐานะผู้ให้ทุนวิจัยของประเทศร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่มีภารกิจสำคัญในการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้ทุนวิจัยและสร้างองค์ความรู้ด้านวิจัยพื้นฐาน บุคลากรวิจัยและนวัตกรรมของชาติ ซึ่งมี ฝ่ายวิชาการ สกว. เป็นหน่วยงานหลักในการสร้างนักวิจัยและบันไดนักวิจัยอาชีพ ปัจจุบัน สกว.เป็นหลักในการพัฒนานักวิจัยหลังปริญญาเอก และจะมีมิติใหม่ที่ให้ความสำคัญในการพัฒนากลุ่มนักวิจัยหลังปริญญาโทด้วย เนื่องจากเป็นความต้องการของภาคเอกชนและภาคส่วนต่างๆ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ สกว.จะต้องรับภาระในอนาคตข้างหน้า รวมถึงครอบคลุมการทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อรับใช้ชุมชนท้องถิ่นด้วย จึงหวังว่าเราจะสามารถเพิ่มบุคลากรวิจัยรุ่นใหม่ที่สามารถบริหารจัดการทุนวิจัยได้อย่างมีศักยภาพและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

ด้าน คุณสุทิศา จั่นมุกดา ผู้อำนวยการกลุ่มมาตรฐานการบริหารงานบุคคล สกอ. กล่าวระหว่างการบรรยาย เส้นทางความก้าวหน้าของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ว่านักวิจัยที่ดีต้องมีความซื่อสัตย์ทางวิชาการ ไม่นำผลงานของผู้อื่นมาเป็นผลงานของตนและไม่ลอกเลียนผลงานของผู้อื่น รวมถึงผลงานของตัวเองที่ตีพิมพ์ไปแล้วซึ่งถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการนั้น ห้ามมิให้นำไปตีพิมพ์ในวารสารอื่นอีก มิฉะนั้นจะถูกลงโทษงดการพิจารณากำหนดตำแหน่งทางวิชาการหรือถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการ (แล้วแต่กรณี) และห้ามมิให้เสนอผลงานเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นอกจากนี้ยังต้องไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ทางวิชาการจนละเลยหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นและสิทธิมนุษยชน ผลงานทางวิชาการต้องได้มาจากการศึกษาโดยใช้หลักวิชาการเป็นเกณฑ์ ไม่มีคติมาเกี่ยวข้อง และเสนอผลงานตามความเป็นจริง และต้องนำผลงานไปใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบธรรมและชอบด้วยกฎหมาย

สำหรับเวทีเสวนา นักวิจัยพี่เลี้ยง: เข็มทิศนำทางชีวิตนักวิจัยโดยคณะเมธีวิจัยอาวุโส สกว. ศ. ดร.โสพิศ วงศ์คำ จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ให้ข้อคิดแก่นักวิจัยใหม่ว่าเราต้องรู้จักวิเคราะห์ตัวเองว่าเป็นต้นไม้แบบไหน สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร การพัฒนาตัวเองก็จะตรงทิศทางและไปได้เร็วขึ้น และเลือกนักวิจัยที่ปรึกษาที่มีบุพเพสันนิวาสร่วมกัน จงเชื่อมั่นในตัวเองว่าเราโตได้ เพราะข้างในเรามีพลัง แม้สภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนไป ไฟในตัวต้องไม่ดับและอย่าอยู่กับที่ เปิดตัวเองและศึกษาวิทยาการใหม่ๆ ใช้ศักยภาพความเชี่ยวชาญของตัวเองเชื่อมต่องานกับความชำนาญของผู้อื่นตามสภาพที่เป็นจริงในปัจจุบันของประเทศไทยขณะที่ ศ. ดร.บรรจบ ศรีภา จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงจุดพลิกผันในการปรับเปลี่ยนตัวเอง ว่าเกิดจากการได้เห็นนักวิจัยที่ปรึกษาชาวญี่ปุ่นทำงานหนักทุกวัน ถ้าเราได้เห็นตัวอย่างที่ดีเราก็จะไปได้ดี และการถ่ายทอดองค์ความรู้เป็นศิลปะที่ไม่มีการสอน ต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง สิ่งที่ได้นอกเหนือจากผลงานวิจัย คือ ได้เรียนรู้ระหว่างเครือข่ายวิจัยด้วยกัน เพราะโครงการวิจัยต่างๆ เป็นการสร้างคน

ด้าน รศ. ดร.รัศมี ชูทรงเดช นักวิจัยด้านโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า นักวิจัยต้องคิดเสมอว่างานของเราจะมีคุณูปการอย่างไร งานโบราณคดีนั้นนับเป็นบูรณาการศาสตร์และอยู่ในสาขาขาดแคลน การทำงานของเราจึงต้องมีความรักในวิชาชีพ ความสุข และอุดมการณ์ สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานและความร่วมมือกับผู้อื่น อดทน ไม่กลัวปัญหาที่ท้าทายเพื่อสร้างสิ่งใหม่ ไม่ใช่ทำงานเพื่อตำแหน่งทางวิชาการ เราต้องทำวิจัยเพื่อเสริมให้ตัวเราเป็น ครูที่ดี ไขปริศนาในเรื่องที่ไม่มีใครทำ สนุกกับการค้นคว้าสิ่งใหม่ และลองทำงานข้ามสาขาเพื่อจะได้เห็นในสิ่งที่เราไม่เคยเห็น สร้างความรู้เพื่อตอบคำถามของมวลมนุษยชาติ

สำหรับการบริหารจัดการ ระบบงานวิจัย ของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฝ่ายมัธยม) ที่เป็นแหล่งทุนภายในหน่วยงาน การใช้ระเบียบจะอยู่ภายใต้ระเบียบบริหารงานวิจัย ของมหาวิทยาลัยมหาสาคาม โดยทางฝ่ายวิชาการ ได้นำเสนอ ช่องทางการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัย ของบุคลากร ในหลากหลายช่องทาง ได้แก่ วารสารวิชาการ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยอื่นๆ งานประชุมวิชาการสาธิตวิชาการ ที่จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี งานประชุมวิชาการระดับชาติ ของมูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษา และสมาคมศิษย์เก่าสิ่งแวดล้อมศึกษา ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำที่เปิดการเรียนการสอนด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยนครพนม ร่วมกันจัด การประชุมวิชาการวิทยาการสิ่งแวดล้อมระดับชาติ 2561 The National Conference of Environmental Studies

ระหว่าง วันที่ 4-5 มิถุนายน 2561 ณ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://sites.google.com/view/nces2018 ซึ่งการประชุมวิชาการระดับชาตินี้จะจัดขึ้นทุกๆปี และ เวบไซต์ www.Thaiedresearch.org รวมท้ังการ รับเผยแพร่ผลงานวิจัย ต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ โดยมี ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาผลงาน ก่อนอนุมัติ ให้เผยแพร่บนเวบไซต์ ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งของการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานออนไลน์ ในฐานข้อมูลระดับชาติ ที่เหมาะสำหรับ บุคลากรที่รับทุนวิจัย ที่ต้องการเผยแพร่ผลงานวิจัย

 



©2016 DMSU:KM